วิธีการลบไวรัสรีไซเคิล (Recycler) จากแฟลชไดรฟ์

วิธีการลบไวรัสรีไซเคิล (Recycler) จากแฟลชไดรฟ์

        ในตอนนี้ ใครๆ ก็มีแฟลชไดรฟ์เอาไว้ใช้เก็บไฟล์ต่างๆ เพราะว่าแฟลชไดรฟ์นั้นมีขนาดเล็ก ราคาถูก มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูง แถมยังสามารถเก็บข้อมูลได้เป็นจำนวนมาก  เพราะความสะดวกเหล่านั้นทำให้หลายคนถ่ายโอนไฟล์กันเป็นอย่างมาก  แต่การใช้แฟลชไดรฟ์กับเครื่องคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องโดยที่ไม่มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ดี  นั่นอาจจะทำให้แฟลชไดรฟ์ติดไวรัสได้อย่างง่ายดาย  โดยเฉพาะไวรัส Recycler ซึ่งมันจะไปซ่อนไฟล์ของเรา ทำ Shortcut ปลอมขึ้นมา และทำให้หน่วยความจำของแฟลชไดรฟ์เต็ม  ดังนั้นเมื่อแฟลชไดรฟ์ของคุณติดไวรัส Recycler  เราก็ควรมาลบไวรัสรีไซเคิลจากแฟลชไดรฟ์กันเลยครับ


วิธีการสังเกตว่าแฟลชไดรฟ์ติดไวรัส

        - มีไฟล์ที่ชื่อ "Recycler" บนแฟลชไดรฟ์

        - ข้อมูลในแฟลชไดรฟ์เต็ม โดยที่คุณไม่ได้เซฟไฟล์ไว้เยอะ


วิธีการลบไวรัสรีไซเคิลจากแฟลชไดรฟ์

      วิธีที่ 1. ใช้โปรแกรม UsbFix

UsbFix

        - ดาวน์โหลดโปรแกรม UsbFix ได้ที่ http://www.en.usbfix.net และติดตั้งโปรแกรม UsbFix ลงบนคอมพิวเตอร์

        - โปรแกรมจะเปิดโดยอัตโนมัติและ Shortcut จะถูกสร้างขึ้นบนเดสก์ทอป

        - เชื่อมต่อแหล่งข้อมูลภายนอก (external data sources) ทั้งหมดไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์  ไม่ว่าจะเป็น USB Keys, External drives เป็นต้น และอย่าเปิดใช้งานพวกมัน

        - เลือกตัวเลือก "Deletion"


      วิธีที่ 2. ใช้โปรแกรม Malwarebytes' Anti-Malware

Malwarebytes' Anti-Malware

        - ดาวน์โหลดโปรแกรม Malwarebytes' Anti-Malware ได้ที่ http://en.kioskea.net/download/download-105-malwarebytes-anti-malware

        - กดอัพเดตโปรแกรม แล้วจึงคลิกที่ "Full Scan"

        หมายเหตุ: ตัวเลือกตอนเริ่มต้นที่เลือก คือ "Quick Scan"


สุดยอดโปรแกรมป้องกันไวรัสสำหรับแท็บเล็ต iOS, Android หรือ Windows 8

โปรแกรมป้องกันไวรัสสำหรับแท็บเล็ต


        ในปัจจุบัน  หลายคนใช้แท็บเล็ตในการใช้งานอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเอาไว้เล่นเกม ดูคลิป อ่านนิยาย และทำสิ่งอื่นๆ อีกมากมายตามต้องการ  แต่คนส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ได้ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสบนแท็บเล็ต  สำหรับตอนนี้มีเพียงไวรัสและมัลแวร์เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นที่มีการแพร่กระจายบนแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ iOS, Android หรือ Windows 8 แต่ก็ยังไม่แน่นะว่าพวกผู้พัฒนาไวรัสอาจจะเปลี่ยนแปลงเป้าหมายไปยังแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการต่างๆ ก็ได้  สำหรับการเชื่อมต่อแท็บเล็ตที่ติดไวรัสไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อาจมีความเสี่ยงสูงที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ติดไวรัสไปด้วยก็ได้  แต่บางทีไวรัสอาจจะไม่ทำงานบนแท็บเล็ต แต่พวกไวรัสนั้นก็พร้อมที่จะมาส่งผลเสียบนเครื่องคอมพิวเตอร์  ผมจึงขอแนะนำโปรแกรมการป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดมาแนะนำกันครับ


ระบบปฏิบัติการ Android

        - AVG Mobile: AVG มีโปรแกรมป้องกันไวรัสฟรีสำหรับแท็บเล็ตที่ใช้บน Android  สามารถไปดาวน์โหลดได้ที่  http://www.avg.com/ww-en/antivirus-for-android

        - Kaspersky Tablet Security: Kaspersky มีโปรแกรมป้องกันไวรัสสำหรับแท็บเล็ต สามารถไปดาวน์โหลดได้ที่  http://usa.kaspersky.com/products-services/home-computer-security/tablet-security

        - McAfee: McAfee มีซอฟต์แวร์อยู่ 2 อย่างสำหรับ Android คือ โปรแกรมป้องกันไวรัส (McAfee WaveSecureTablet Edition) และซอฟต์แวร์สำหรับประเมินความเกี่ยวข้องของเว็บไซต์ที่เข้าชม (McAfee SiteAdvisor) สามารถไปดาวน์โหลดได้ที่
McAfee WaveSecure Tablet Edition: https://www.wavesecure.com/Default.aspx
McAfee SiteAdvisor Android Edition: http://www.siteadvisor.com/mobile/android/pc.html

        - Norton: Norton Mobile Security สำหรับ Android  สามารถไปดาวน์โหลดได้ที่ http://us.norton.com/mobile-security/



ระบบปฏิบัติการ iOS

        - Virus Barrier: ดาวน์โหลดได้บน Appstore

        - Smart Surfing by Trend Micro: ดาวน์โหลดได้บน Appstore


ระบบปฏิบัติการ Windows 8

         - โปรแกรมป้องกันไวรัสส่วนทากที่ทำงานได้บน Windows 8 ก็มักจะเข้ากันได้กับแท็บเล็ตวินโดว์ 8 แต่คุณควรเลือกโปรแกรมที่ใช้ทรัพยากรไม่มากนัก


ระบบปฏิบัติการ RIM - BlackBerry OS

        - McAfee Mobile Security for BlackBerry สามารถไปดาวน์โหลดได้ที่  https://www.mcafeemobilesecurity.com/products/blackberry.aspx



วิธีการลบโฆษณา EnhanceTronic

วิธีการลบโฆษณา EnhanceTronic


        เชื่อว่าหลายคนคงจะเกิดความรู้สึกรำคาญโฆษณาจาก EnhanceTronic เป็นแอดแวร์ (Adware) ซึ่งจะค่อยแสดงโฆษณาแบบป๊อปอัพ โฆษณาแบบแบนเนอร์ และมีการสร้างลิ๊งค์ระหว่างการเข้าไปดูหน้าเว็บ  โดย EnhanceTronic ที่เกิดขึ้นบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณนั้นมีสาเหตุมาจากการที่คุณดาวน์โหลดโปรแกรมฟรีมาใช้  ไม่ว่าจะโปรแกรมช่วยจัดการการดาวน์โหลด  หรือโปรแกรมเล่นไฟล์มัลติมีเดีย  รวมไปถึงการเข้าเว็บไซต์ดูวิดีโอออนไลน์ ซึ่งจะค่อยแสดงปลั๊กอินวิดีโอปลอมมาให้คุณติดตั้งกัน  ถ้าคุณทำเช่นนี้  เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณก็มีโอกาสเสี่ยงสูงจากการติดแอดแวร์ของ EnhanceTronic  แต่ถ้าคุณต้องการจะลบแอดแวร์พวกนี้ออกไปจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณสามารถทำตามวิธีที่ผมแนะนำได้ตามด้านล่างนี้เลยครับ


วิธีที่ 1  - ใช้โปรแกรม AdwCleaner by Xplode

     -    ดาวน์โหลด AdwCleaner
     -   เปิดโปรแกรม  คลิกที่ "Remove" เพื่อโปรแกรมจะทำการสแกนหาแอดแวร์ และทำการกำจัดมันออกไปจากเครื่อง
     -   คุณอาจต้องรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์หลังจากการสแกนเสร็จแล้ว
     -   เมื่อขั้นตอนการกำจัดเสร็จสมบูรณ์  แล้วรายงานจะถูกสร้างขึ้นมา


วิธีที่ 2  - ใช้โปรแกรม Malwarebytes' Anti-Malware

     -   ดาวน์โหลดโปรแกรม Malwarebytes' Anti-Malware
     -   ติดตั้งซอฟต์แวร์และอัพเดทโปรแกรมโดยการคลิกที่ "Updates" แล้วคลิกที่ "Search for updates")
     -   เลือก "Full Scan"
     -   เมื่อการสแกนเสร็จสมบูรณ์แล้วคลิกที่ "Show results"
     -     เลือกรายการทั้งหมดที่ตรวจพบ และคลิกที่ "Remove Selected"  ถ้าโปรแกรมแจ้งเตือนให้รีสตาร์ทเครื่องให้คลิกตกลง


วิธีที่ 3 - ลบส่วนเสริมของ EnhanceTronic บนเว็บเบราเซอร์

     Firefox: ไปที่ Tools > Add-ons > Extension tab  แล้วจึงเลือกยกเลิกการติดตั้ง (Uninstall) EnhanceTronic

     Google Chrome: คลิกที่เมนูที่มุมขวาบน  แล้วคลิกที่ Tools > Extensions  แล้วจึงเลือกยกเลิกการติดตั้ง (Uninstall) EnhanceTronic


คำแนะนำเพิ่มเติม

     -   คุณควรจะระมัดระวัง  เมื่อคุณกำลังติดตั้งโปรแกรมฟรีซึ่งมักจะมี EnhanceTronic แอบแฝงมาด้วย
     -   ควรอ่าน EULA และดาวน์โหลดโปรแกรมจากเว็บไซต์แหล่งที่มาที่มีความน่าเชื่อถือ
     -   WOT สามารถช่วยให้คุณสามารถคัดกรองเว็บไซต์ที่มีการแจกไฟล์ที่เป็นอันตรายได้


ขอบคุณภาพประกอบของ Stuart Miles / FreeDigitalPhotos.net

วิธีการทดสอบโปรแกรมป้องกันไวรัสว่ายังทำงานได้ดีอยู่หรือไม่

วิธีการทดสอบโปรแกรมป้องกันไวรัสว่ายังทำงานได้ดีอยู่หรือไม่

         คุณเคยคิดว่าโปรแกรมป้องกันไวรัสที่คุณใช้อยู่  มันมีความสามารถที่จะลบหรือตรวจพบไวรัสจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้จริงหรือไม่ ผมจึงขอนำเสนอวิธีง่ายๆ และปลอดภัยในการทดสอบโปรแกรมป้องกันไวรัสของคุณมาแนะนำกันครับ โดยให้คุณทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้


     1) เปิดโปรแกรม Notepad

     2) คัดลอกและวางรหัสสำหรับการทดสอบตามด้านล่างนี้

X5O!P%@AP[4\PZX54(P^)7CC)7}$EICAR-STANDARD-ANTIVIRUS-TEST-FILE!$H+H*

     3) คลิกที่ File > Save As เปลี่ยนชื่อไฟล์เป็น testvirus.com

     4) เลือกประเภทไฟล์ที่บันทึกเป็น All Files


          หากโปรแกรมป้องกันไวรัสยังมีความสามารถในการตรวจจับไวรัสแบบอัตโนมัติ  แล้วมันจะปรากฏออกข้อความแจ้งเตือนคุณทันทีที่บันทึกแฟ้มว่าตรวจพบไวรัส หรือถ้ามันไม่แสดงคำเตือนให้ลองสแกนโฟลเดอร์ที่คุณบันทึกไฟล์ testvirus.com  อยู่ ถ้าโปรแกรมป้องกันไวรัสที่คุณใช้งานอยู่ก็ควรตรวจจับไวรัสนี้ได้ ถ้ามันไม่สามารถตรวจพบได้  คุณควรหาโปรแกรมป้องกันไวรัสใหม่ได้แล้วครับ  เพราะว่ามันขาดความสามารถพื้นฐานในการตรวจพบไวรัสคอมพิวเตอร์


         ไฟล์ทดสอบนี้ได้รับการพัฒนาโดย EICAR  การทดสอบนี้จะไม่ทำให้เกิดความเสียหายกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณแม้จะว่าโปรแกรมป้องกันไวรัสจะมีสถานะว่ามันเป็นสคริปต์ที่เป็นอันตราย  ดังนั้นมันจึงวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการทดสอบการทำงานของซโปรแกรมป้องกันไวรัสที่เหมาะสม


วิธีการกู้คืนข้อมูลจากแผ่นซีดีหรือดีวีดีที่ชำรุดเสียหาย


        หลายคนที่มีแผ่นซีดีหรือแผ่นดีวีดี  พอเมื่อใช้ไปนานๆ เข้าก็คงอาจจะประสบปัญหาจากการเล่นแผ่นซีดีหรือแผ่นดีวีดี ไม่ว่าจะเป็นแผ่นเล่นไม่ได้ แผ่นเล่นแล้วตะกุกตะกัก แผ่นเป็นรอย ไฟล์บางส่วนเป็นแผ่นสูญหาย  ผมจึงมาแนะนำวิธีการกู้คืนข้อมูลจากแผ่นซีดีหรือแผ่นดีวีดีที่ชำรุดเสียหาย


        1. ดาวน์โหลดและติดตั้งยูทิลิตี้ CDCheck: http://www.kvipu.com/CDCheck/




        2. ใส่แผ่นซีดีที่เกิดความชำรุดเสียหายในไดรฟ์ CD / DVD

        3. เปิดโปรแกรม CDCheck



        4. คลิกที่เมนูตรวจสอบ (Check menu)

        5. เลือกไดรฟ์ซีดีที่ได้รับความเสียหายอยู่และคลิกที่ดำเนินการต่อ (Continue)



         เมื่อการสแกนเสร็จสิ้น จะมีรายงานสถานะเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของซีดีของคุณจะปรากฏขึ้นมา   หากมีการตรวจพบปัญหา ให้คลิกที่กู้คืน ... (Recovery ...)  เพียงแค่นี้ คุณก็จะสามารถกู้ไฟล์ข้อมูลที่สูญหายไปของคุณได้แล้ว

คำถามที่มักใช้สัมภาษณ์งานพนักงานด้านการบริการลูกค้า

10 คำถามสัมภาษณ์งานสำหรับพนักงานบริการลูกค้า


คำถามที่มักใช้สัมภาษณ์งานพนักงานด้านการบริการลูกค้า

คำถามที่ 1:  ใครคือคนที่คุณพูดคุยด้วยในการสัมภาษณ์และคุณพูดคุยกับเขาเรื่องอะไร

สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ต้องการ คือ ความสามารถในการจำชื่อบทบาทและหัวข้ออภิปราย

คำถามที่ 2:  บอกฉันเกี่ยวกับตำแหน่งสุดท้ายหรือตำแหน่งปัจจุบันของคุณ รวมถึงสิ่งที่คุณชอบและสิ่งที่คุณไม่ชอบ

สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ต้องการ คือ ความรักในประสบการณ์และแรงบันดาลใจ

คำถามที่ 3:  บอกฉันเกี่ยวกับปัญหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่คุณเคยทำก่อนหน้านี้

สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ต้องการ คือ คิดอย่างมีวิจารณญาณและการใช้รายละเอียดเป็นพิเศษ

คำถามที่ 4:  อะไรคือสิ่งที่เกี่ยวกับประวัติส่วนตัวของคุณที่คุณมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ

สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ต้องการ คือ ความสามารถในการแสดงตัวอย่างในการแก้ไขปัญหาที่ยากได้ด้วยทักษะที่คุณมี

คำถามที่ 5:  คุณจะตอบสนองเมื่อคุณไม่ทราบคำตอบสำหรับคำถามหรือไม่

สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ต้องการ คือ วิธีการที่ชัดเจนและกลยุทธ์

คำถามที่ 6:  ถ้าลูกค้าจะบอกว่าคุณกำลังใช้เวลานานเกินไปที่จะแก้ปัญหา  คุณจะทำอย่างไร

สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ต้องการ คือ ความเข้าใจอย่างมืออาชีพและทักษะในการตัดสินใจที่ดี

คำถามที่ 7:  ลูกค้าจะชี้ให้เห็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นของสินค้า  คุณจะทำอย่างไร

สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ต้องการ คือ ความสามารถในการเอาใจใส่และการขอโทษ

คำถามที่ 8:  คุณสามารถยกตัวอย่างของลูกค้าที่คุณหันไปรอบ ๆ จากตำแหน่งของทุกข์เพื่อความสุขที่แท้จริงได้อย่างไร

สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ต้องการ คือ ตัวอย่างที่ควรได้มาอย่างง่ายดายและเป็นแหล่งที่มาของความภาคภูมิใจ

คำถามที่ 9:  คุณมีประสบการณ์ที่ดีอะไรที่สามารถเป็นตัวอย่างให้กับคนอื่นได้

สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ต้องการ คือ การแบ่งปันปรัชญาเดียวกันและความเข้าใจในอุตสาหกรรม

คำถามที่ 10:  เมื่อคุณได้ลองผลิตภัณฑ์หรือบริการของเรา  คุณรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับมัน

สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ต้องการ คือ ความปรารถนาที่แท้จริงในการทำงานในองค์กรของคุณ




ขอขอบคุณภาพจาก  Ambro at FreeDigitalPhotos.net

10 ภาษาด้านโปรแกรมมิ่งที่คุณควรรู้ไว้สำหรับปี 2014

10 ภาษาด้านโปรแกรมมิ่งที่คุณควรรู้ในปี 2014


      การเข้าสู่วงการคอมพิวเตอร์ด้านโปรแกรมมิ่งนั้นมีความท้าทายหลายอย่างสำหรับโปรแกรมเมอร์มือใหม่หรือแม้แต่วิศวกรซอฟต์แวร์ที่จะต้องมีความรู้ภาษาต่าง ๆ ในด้านโปรแกรมมิ่ง  ซึ่งแต่ละภาษาที่ทั้งจุดที่มีความเหมือนกันและจุดที่แตกต่างกัน  ทำให้การเลือกใช้งานแต่ละภาษาควรจะเลือกตามความเหมาะสมของงาน  ซึ่งถ้าเรามีความรู้ภาษาที่เป็นที่ต้องการของตลาดจะทำให้เรามีโอกาสหางานได้ง่ายขึ้น  เราจึงได้จัดอันดับภาษาด้านโปรแกรมมิ่งที่น่าเป็นที่นิยมของตลาดในปี 2014   เราก็มาเริ่มดูกันเลยครับ


      1. ภาษา Java  เป็นภาษาหลักสำหรับแอพพลิเคชั่นสำหรับเว็บขององค์กรและแอพพลิเคชั่นสำหรับระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์มือถือ Android   ภาษา Java เป็นภาษาที่ถูกคอมไพล์ที่ช่วยเพิ่มความเร็วและความน่าเชื่อถือสำหรับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกัน


     2. ภาษา C เป็นภาษาที่สามารถใช้ได้ในเกือบทุกแพลตฟอร์ม  ภาษา C เป็นหนึ่งในภาษาโปรแกรมที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย  ภาษา C นั้นถูกใช้งานมาอย่างยาวนานเนื่องจากการใช้งานได้อย่างกว้างขวางและมีบทบาทในภาษาต้นแบบของหลายภาษาในภายหลัง ไม่ว่าจะเป็น C++, C#, Java, Objective-C และ Python


      3. ภาษา C++  เริ่มต้นกับการปรับปรุงภาษาแกนกลางคือภาษา C  ภาษา C++ ได้รับความนิยมสำหรับวิธีการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (object-oriented programming)  และเป็นตัวสำคัญในซอฟต์แวร์ระบบ แอพพลิเคชั่น ไดรเวอร์อุปกรณ์ และวิศวกรรมวิดีโอเกม


     4. ภาษา SQL  (Structured Query Language)  เป็นภาษาที่มีวัตถุประสงค์พิเศษที่ออกแบบมาสำหรับการจัดการข้อมูลที่จัดขึ้นในเชิงสัมพันธ์ระบบการจัดการฐานข้อมูล  และภษา SQL เป็นรากฐานที่สำคัญของเกือบทุกโครงการทางวิศวกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล


     5. ภาษา JavaScript  เป็นภาษาที่ถูกจัดทำขึ้นเพื่อการทำงานแบบโต้ตอบไปยังเว็บเบราว์เซอร์  ภาษา JavaScript ยังเป็นที่นิยมในปีที่ผ่านมาสำหรับการใช้ในวงกว้าง เช่น การเขียนโปรแกรมด้านเซิร์ฟเวอร์ การพัฒนาเกม และโปรแกรมคอมพิวเตอร์


    6. ภาษา PHP เป็นภาษาโอเพนซอร์สสำหรับการเขียนสคริปต์ด้านเซิร์ฟเวอร์ที่ออกแบบมาสำหรับการพัฒนาเว็บไซต์  ตอนนี้ภาษา PHP เป็นภาษาหลักที่มีความทันสมัยที่สุดสำหรับการบริการเว็บโฮสติ้ง  และมีการใช้งานบน web applications ที่นิยม เช่น WordPress, Moodle, Facebook, และ MediaWiki


     7. ภาษา C # การพัฒนาดั้งเดิมโดยไมโครซอฟท์สำหรับการริเริ่ม .NET  ภาษา C# เป็นภาษาที่ทันสมัย​​และเป็นภาษาโปรแกรมเชิงวัตถุ  (object-oriented programming) ที่ใช้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมแบบกระจาย (distributed environments)
     

     8. ภาษา Python ถูกออกแบบด้วยการเน้นความสามารถในการอ่านและมีไวยากรณ์ที่กะทัดรัด
ภาษา Python เป็นภาษาแบบไดนามิกที่มีความยืดหยุ่นสูงที่ใช้กันทั่วไปสำหรับทั้งการเขียนสคริปต์และการพัฒนาแอพพลิเคชั่น


     9. ภาษา Objective-C  เป็นภาษาโปรแกรมเชิงวัตถุ (object-oriented programming) ที่มาจากภาษา C  โดยในปัจจุบันนี้ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย เพราะว่าภาษา Objective-C เป็นภาษาหลักในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นของ Apple, OS X และระบบปฏิบัติการ iOS


      10. ภาษา ASP.NET เป็นภาษาด้านเว็บแอพพลิเคชันที่ออกแบบมาเพื่อการผลิตเว็บแอพพลิเคชั่นแบบไดนามิกและแบบปกติ (Page) ภาษา ASP.NET ได้รับการพัฒนาโดยไมโครซอฟท์ซึ่งประสบความสำเร็จจากเทคโนโลยี Active Server Pages (ASP) ก่อนหน้านี้



ขอขอบคุณภาพจาก  Stuart Miles at FreeDigitalPhotos.net

ทักษะด้านไอทีที่นายจ้างกำลังมองหาในปี 2014

ทักษะด้านไอทีที่นายจ้างกำลังมองหาในปี 2014


      ในยุคสมัยปัจจุบันนี้ เราต้องยอมรับเลยว่าคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามามีความสำคัญต่อชีวิตของเราในหลายด้าน  ไม่ว่าจะด้านการศึกษา ด้านการขนส่ง ด้านคมนาคม ด้านการแพทย์ หรือแม้กระทั่งด้านธุรกิจ  คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้นในทุกๆ วัน  ดังนั้นการที่เราจะมีความรู้ด้าน IT หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ นั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือการประกอบอาชีพ  ซึ่งผมจะนำทักษะด้านไอทีที่ตลาดที่ความต้องการมาแนะนำกัน  สำหรับคนที่สนใจจะได้หาความรู้ในการประกอบอาชีพของคุณในปี 2014  (โดยข้อมูลนี้อ้างอิงจากการสำรวจของ Computerworld มิถุนายน 2013)


1. Programming & Application Development

      สำหรับการเขียนโปรแกรมและการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ใช้บนโทรศัพท์มือถือนั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในปัจจุบันนี้และเกือบทุกที่ก็มีเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้กันอย่างแพร่หลาย  ไม่ว่าจะเป็น บ้าน โรงเรียน และภาคธุรกิจ  วิศวกรคอมพิวเตอร์ที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับแพลตฟอร์มใหม่ของฮาร์ดแวร์ และมีชอบความท้าทายในการสร้างแอพพลิเคชั่นที่มีประสิทธิภาพและมีประสบการณ์ด้านดิจิตอลมักจะอยู่ในความต้องการของตลาดด้านไอที


2. Business Intelligence/Analytics

     นักวิเคราะห์ธุรกิจจะวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ไปยัง Google Analytics  ทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวชี้วัดที่สำคัญที่อยู่เบื้องหลังธุรกิจและทำการตัดสินใจเลือกอย่างฉลาดโดยขึ้นอยู่กับข้อมูลที่เป็นทักษะสำคัญสำหรับทุกด้านของโลกธุรกิจ  การวิเคราะห์จุดแข็งของพฤติกรรมของผู้บริโภคและสร้างแคมเปญที่มีประสิทธิภาพที่สามารถทำให้การตัดสินใจทางธุรกิจง่ายขึ้น


3. Mobile Applications & Devices

     การใช้งานมือถือและอุปกรณ์เสริมที่เป็นกิจกรรมทางธุรกิจนั้นมีการใช้งานมากขึ้นโดยเปลี่ยนจากคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปและแล็ปท็อปไปเป็นโทรศัพท์มือถือ แท๊บเล็ต และอุปกรณ์เชื่อมต่อ  ในปัจจุบันนี้มีความต้องการพนักงานด้านไอทีเพื่อที่จะสร้างการทำงานบนแอพพลิเคชั่นบนมือถือและการจัดการความหลากหลายของฮาร์ดแวร์ที่พวกเขากำลังใช้งานอยู่


4. Project Management 

     มืออาชีพด้านไอทีสมัยใหม่จะต้องมีความรู้ทางเทคนิคที่มีการบริหารจัดการโครงการที่เชี่ยวชาญ  เพื่อที่จะเป็นความสามารถในการวางแผนการในการสร้างแรงจูงใจและการจัดความสำคัญของทรัพยากรเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย  และบริหารจัดการโครงการจนสำเร็จ



ขอขอบคุณภาพจาก  phanlop88 at FreeDigitalPhotos.net

วิธีการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามือสอง

วิธีการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามือสอง


     สำหรับการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามือสองนั้น  เมื่อเทียบกับสินค้าอื่นๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ เสื้อผ้า หรือเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในการซื้อ  พวกมันอาจไม่ได้มีการรับประกัน อาจมีข้อบกพร่อง และไม่อาจทำงานได้เหมือนกับสินค้ารุ่นใหม่  แต่การซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามือสองอาจจะช่วยคุณประหยัดเงินและช่วยลดของเสียต่อสิ่งแวดล้อม  ดังนั้นเมื่อคุณตัดสินใจซื้อเครื่องใช้มือสองแล้ว  คุณควรจะมีวิธีเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไรให้สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่าตามวิธีที่เราแนะนำดังต่อไปนี้


-  หาข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้ามือสองที่ต้องการซื้อ   สินค้าบางชนิดมีอายุการใช้งานได้ไม่นาน  ทำให้ไม่คุ้มค่าต่อการซื้อมา เมื่อมันใกล้จะพังแล้ว  นอกจากนี้คุณควรจะดูว่าสินค้ามีความยุ่งยากต่อการซ่อมแซมหรือไม่  เพราะว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าบางรุ่นเมื่อเก่าไปแล้ว  จะหาอะไหล่มาซ่อมยาก  ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้ามือสองที่คุณซื้อมาอาจจะทำหน้าที่เป็นของตั้งโชว์ได้แค่นั้น


-  ถามข้อมูลของสถานที่ซ่อมที่สามารถซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นได้  ถ้าหากผู้ผลิตสินค้าไม่สามารถซ่อมได้   คุณก็ควรจะหาช่างหรือร้านที่จะสามารถซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้ามือสองนั้นได้  นอกจากนี้คุณยังอาจจะสามารถที่จะหาสิ่งที่เกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้ามือเพื่อที่จะสามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงมันได้


-  ถามเกี่ยวกับนโยบายการส่งคืนแลกเปลี่ยน  คุณควรจะถามกับร้านที่คุณซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามือสองว่า ร้านจะรับประกันสินค้าไหม ถ้ามันเกิดชำรุดหรือใช้งานไม่ได้  คุณจะได้นำสินค้านั่นได้เปลี่ยนเป็นเครื่องใหม่หรือขอเงินคืน


-  ควรจะทดสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนที่จะซื้อมัน   ถ้าคุณซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามือสองมาจากร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านค้าปลีก หรือตลาดนัด  คุณควรจะทดสอบมันว่ามันยังสามารถใช้งานได้อย่างเป็นปกติ  ไม่มีความเสียหายอะไรเกิดขึ้นกับมัน  นั่นอาจจะทำให้แน่ใจว่าเครื่องใช้ไฟฟ้ามือสองที่คุณซื้อมานั้นยังกำลังทำงานได้อยู่


-  ควรจะเก็บใบเสร็จรับเงินไว้ด้วย  คุณจะต้องมีการรับประกันที่ถูกต้องเพื่อจะได้รับการซ่อมแซมหรือการเปลี่ยนสินค้า  โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณกำลังการชำระเงินด้วยเงินสด  ใบเสร็จรับเงินจะพิสูจน์ได้ว่าคุณเป็นคนซื้อมันมาและซื้อมาเมื่อใด  และคุณก็ควรเก็บใบประกันไว้ด้วย เพราะว่าเมื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าของคุณพัง  คุณจะได้มีหลักฐานเพื่อนำเครื่องใช้ไฟฟ้าไปประกันได้


วิธีการเปิดใช้งาน GPRS (จีพีเอส)

วิธีการเปิดใช้งาน GPRS


      GPRS (Global Packet Radio Service) เป็นวิธีการพื้นฐานที่ใช้ในการถ่ายโอนข้อมูล  GPRS ใช้สำหรับการให้บริการแบบไร้สายบนโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ที่เล่นอินเทอร์เน็ตบนมือถือ  ซึ่งหมายความว่าไฟล์ข้อมูลจะถูกแบ่งเป็นชิ้นเล็ก ๆ หรือแพ็คเก็ตจะถูกส่งผ่านช่องทางบนอินเทอร์เน็ตที่แตกต่างกัน  แล้วข้อมูลนั้นจะมาร่วมกันอีกครั้งในรูปแบบไฟล์ข้อมูลที่สมบูรณ์เมื่อข้อมูลมาถึงสถานที่ปลายทาง  GPRS นั้นถ่ายโอนข้อมูลได้ในอัตราที่เร็วกว่าการใช้บริการด้านการสื่อสารโทรศัพท์มือถือทั่วไป และผู้ที่ใช้ GPRS จะมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่องไม่มีปัญหาในโทรศัพท์มือถือของพวกเขา  การบริการ GPRS ช่วยให้การดาวน์โหลด MP3, วิดีโอ, เกม, วอลล์เปเปอร์, ภาพเคลื่อนไหวและอื่น ๆ ได้อย่างง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น  ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือแต่ละมีแนวทางที่แตกต่างกันสำหรับการเปิดใช้ GPRS  ดังนั้นเพื่อให้ปฏิบัติตามวิธีการที่เหมาะสมตามผู้ให้บริการ  ซิมโทรศัพท์มือถือในบางครั้งอาจจะสามารถเปิดใช้งาน GPRS ได้เลย  แต่ถ้าซิมของคุณไม่ได้มีการติดตั้ง GPRS  คุณจะต้องเลือกในบริการ GPRS  ปฏิบัติตามขั้นตอนด้านล่างสำหรับวิธีการเปิดใช้งาน GPRS


วิธีการเปิดใช้งาน GPRS


     1. ตรวจสอบว่าโทรศัพท์มีซิมการ์ดที่ติดตั้งสำหรับการบริการวิทยุแพกเก็ตทั่วโลก (Global Packet Radio Service)  คุณไม่สามารถเปิดใช้งาน GPRS บนโทรศัพท์มือถือที่ไม่ได้มีโปรแกรมบริการ GPRS  ถ้าคุณไม่ได้มีซิมการ์ดประเภทนั้น  คุณจะต้องซื้อซิมการ์ดอันใหม่

 
     2. ลงทะเบียนแผนผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือที่รองรับ GPRS  ระบบ GPRS ให้บริการในกว่า 200 ประเทศ  มีร้านค้ามากมายที่ให้การให้บริการโทรศัพท์มือถือที่ให้บริการ GPRS และอุปกรณ์ที่ใช้ GPRS ได้


     3. ติดต่อผู้ให้บริการและขอคำแนะนำ  แผนกดูแลลูกค้าจะสามารถให้คำแนะนำคุณผ่านขั้นตอนที่จำเป็นในการเปิดใช้บริการ GPRS บนโทรศัพท์มือถือของคุณได้  กระบวนการเปิดใช้งานโดยทั่วไปต้องทำตาม 1 ใน 3 ขั้นตอนดังต่อไปนี้

     - โทรไปยังผู้ให้บริการของคุณแบบอัตโนมัติเพื่อเปิดใช้บริการ GPRS ด้วยรหัสตัวเลขที่เหมาะสม

     - ส่ง SMS หรือส่งข้อความเพื่อเปิดใช้งาน GPRS  ข้อความจะมีจำนวนหรือ codeword ตามที่ผู้ให้บริการกำหนดไว้

     - การเข้าถึงการตั้งค่าบริการ GPRS ผ่านเมนูบนโทรศัพท์มือถือ  เมื่อผู้ให้บริการของคุณให้คำแนะนำเพื่อแนะนำคุณไปยังเมนูที่เหมาะสม  คุณสามารถควบคุมการตั้งค่าการบริการ GPRS บนโทรศัพท์  และบางครั้งก็เข้าถึงการใช้งาน GPRS ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและรูปแบบโทรศัพท์มือถือที่คุณใช้


วิธีดูว่าคอมพิวเตอร์ของคุณช้าเกินไปแล้ว

วิธีดูว่าคอมพิวเตอร์ของคุณช้าเกินไปแล้ว


      บางครั้งที่คุณจะเล่นเกมหรือทำงานอะไรต่างๆ บนคอมพิวเตอร์ของคุณ  คุณอาจจะสังเกตว่ามันทำงานช้าผิดปกติหรือว่ามันไม่ได้เร็วตามที่สมควรจะเป็น  คุณอาจจะต้องคิดว่าคอมพิวเตอร์ของคุณเริ่มผิดปกติและช้าเกินไปแล้ว  เอาล่ะครับ มาดูว่าอะไรบ้างที่เป็นจุดสังเกตว่าคอมพิวเตอร์ของคุณช้าเกินไปแล้ว


1. เวลาเช็คคอมพิวเตอร์ต้องมีความอดทน

      อย่าคลิกอะไรที่เร็วเกินไปหรือพยายามที่จะรีเฟรชหน้าเว็บ  เพราะว่ามันจะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์เกิดความสับสนและคอมพิวเตอร์จะทำงานช้าลง  และคุณอย่าทำอะไรที่รุนแรงเกินไปเพียงแค่ออกจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์  เพราะว่ามันต้องใช้เวลาในการโหลดเพื่อออกจากโปรแกรม  ซึ่งจะเห็นว่าถ้าคุณใช้โปรแกรมนั้นเป็นปกติ  แล้วอยู่ดี ๆ มันใช้เวลาออกจากโปรแกรมมากขึ้น  นั่นอาจจะหมายความว่าคอมพิวเตอร์ของคุณช้าลงแล้ว


2. ลบเอกสารที่ไม่จำเป็นทั้งหมดบนเครื่องคอมพิวเตอร์
    
      เอกสารจำนวนมากควรจะได้รับการลบออกจากคอมพิวเตอร์เพื่อที่จะทำให้มีพื้นที่ว่างมากขึ้น  เมื่อคอมพิวเตอร์มีพื้นที่ว่างมากขึ้นจะช่วยให้มันทำงานได้เร็วขึ้น  และการล้างถังรีไซเคิลของคุณทุกครั้งหลังจากการลบไฟล์ก็จะช่วยให้มีพื้นที่ว่างขึ้นด้วย


3. ซื้อฮาร์ดแวร์ใหม่สำหรับคอมพิวเตอร์

      ถ้าส่วนหนึ่งของเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ได้ทำงานได้ดีหรือคุณมีคอมพิวเตอร์เก่า  การพิจารณาการอัพเกรดเป็นส่วนหนึ่งที่จะเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ให้ทันสมัยขึ้น  การทำให้คอมพิวเตอร์มีการปรับปรุงเป็นวิธีที่ดีที่จะช่วยให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณทำงานได้เร็วขึ้นและได้มากตามที่คุณต้องการอีกด้วย


4. เลิกดูวิดีโอแบบออนไลน์ไปบ้าง

       หากคุณมีอินเทอร์เน็ตแบบ Dial-up หรืออินเตอร์เน็ตความเร็วต่ำ  มันอาจใช้เวลาถึงครึ่งชั่วโมงในการโหลดวิดีโอที่มีความยาวเพียงแค่หนึ่งถึงสองนาที  ถ้าโหลดวิดีโอเป็นเวลานานนั้น จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานหนักและนานเกินความจำเป็น  ดังนั้นถ้าคุณเลิกดูวิดีโอนั้นได้ ก็จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานเป็นปกติได้


เคล็ดลับการทำงานคอมพิวเตอร์ทำงานได้เร็วขึ้น

     - ลองไปหาความรู้บนอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับวิธีการที่จะปรับปรุงความเร็วของคอมพิวเตอร์ดู

     - หากคุณผิดหวังกับความเร็วของคอมพิวเตอร์ให้พิจารณาเปลี่ยนไปใช้ระบบปฏิบัติการอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ Window ดู เช่น อูบุนตู (Ubuntu) หรือ ฟรีโดร่า (Fedora)  ระบบปฏิบัติการเหล่านี้อาจจะทำงานได้เร็วขึ้น  หากคอมพิวเตอร์ของคุณเก่ามาก ก็อาจจะใช้ Puppy Linux, Damn Small Linux หรือ Lubuntu

     - ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดูเพื่อให้เค้าไปวิเคราะห์หาสาเหตุ  หรืออาจจะไปที่ร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ที่สามารถจะซ่อมแซมเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีปัญหามากในราคาที่เหมาะสม



วิธีการทำความสะอาดหน้าจอสัมผัส (TouchScreen)

วิธีการทำความสะอาดหน้าจอสัมผัส (TouchScreen)


      เมื่อมีรอยด่างหรือมีรอยนิ้วมือให้เห็นทั่วหน้าจอสัมผัส (Touch Screen) บนโทรทัศน์มือถือหรือคอมพิวเตอร์แท๊บเล็ตของคุณ  ขณะที่คุณกำลังเล่นเกมอย่างเมามันอยู่  มันอาจจะทำให้คุณเกิดอาการเซ็งขึ้นมาก็ได้  ดังนั้นการทำความสะอาดโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต เครื่องเล่น MP3  หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่มีหน้าจอสัมผัสจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบำรุงรักษาและทำให้หน้าจอของอุปกรณ์สามารถดูกับคุณได้ยาวนานขึ้น

      เรามาเริ่มเรียนรู้วิธีการกำจัดรอยเปื้อนบนหน้าจอสัมผัสให้ออกไปได้อย่างง่ายดายและวิธีการหลีกเลี่ยงการทำสิ่งที่ทำให้หน้าจอสัมผัสของคุณสกปรกกันเลย


1. เลือกผ้าไมโครไฟเบอร์ (microfiber cloth)

      ผ้าไมโครไฟเบอร์นั้นมีความเหมาะสมสำหรับการทำความสะอาดหน้าจอสัมผัส  หรืออาจจะใช้สิ่งอื่น ๆ ก็ได้ เช่น ผ้าที่มีเนื้อละเอียด  ก็สามารถนำมาใช้แทนผ้าไมโครไฟเบอร์ได้เช่นกัน


2. ปิดอุปกรณ์ก่อนที่จะเริ่มลงมือการทำความสะอาด

      มันเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่จะดูว่าอุปกรณ์ถูกปิดก่อนที่จะการทำความสะอาด  เพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์นั้นไม่รับความเสียหาย


3. ถูเป็นวงเล็ก ๆ ด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์บนหน้าจอหลาย ๆ ครั้ง

      การถูลักษณะนี้จะทำให้กำจัดสิ่งสกปรกส่วนใหญ่บนหน้าจอออกไปได้


4. ถ้ามีรอยสกปรกที่เช็คไม่ออก ให้ใช้ผ้าฝ้ายชุ่มน้ำสะอาด ค่อยๆ ถูเป็นวง

      ขั้นตอนนี้คล้ายกับขั้นตอนที่สาม แต่จะเป็นการกำจัดรอยสกปรกเฉพาะจุด  โดยใช้ผ้าฝ้ายชุ่มน้ำสะอาด (ควรใช้น้ำกลั่น) บิดให้หมาด ๆ แล้วจึงเช็คลงบนหน้าจอสัมผัส


5. ถูด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์อีกครั้ง

      การถูด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์อีกครั้งทำเพื่อทำให้มีความชื้นอยู่บนหน้าจอสัมผัสให้น้อยที่สุด  แต่คุณไม่ควรใช้แรงถูมากเกินไปบนหน้าจอเมื่อทำความสะอาดมันอีกครั้ง


เคล็ดลับการทำความสะอาดหน้าจอสัมผัส

     - คุณควรระมัดระวังอุปกรณ์จากการกระแทก รอยขีดข่วน และรอยนิ้วมือที่จะสามารถทำให้หน้าจอสกปรก

     - คุณจะดูให้ดีว่าปิดอุปกรณ์แล้วก่อนที่จะเริ่มทำความสะอาด

     - คุณควรจะนำอุปกรณ์ไปติดฟิล์มเพื่อช่วยปกป้องหน้าจอจากรอยขีดข่วนที่เกิดขึ้นจากการใช้ในชีวิตประจำวัน

     - คุณควรเก็บผ้าทำความสะอาดหน้าจอสัมผัสในสภาพที่ดีและสะอาด ควรซักอย่างสม่ำเสมอเพื่อขจัดสิ่งสกปรกจากหน้าจอ

     - ถ้าคุณไม่มีผ้าไมโครไฟเบอร์หรือผ้าสำหรับทำความสะอาด  สามารถนำผ้าฝ้ายหรือมุมเสื้อเชิ้ตมาใช้ได้

     - คุณควรจะทำความสะอาดหน้าจอบ่อย ๆ  เพื่อป้องกันการสะสมของคราบสกปรก



ภาพประกอบจาก flickr

วิธีการทำความสะอาดและแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์แบบฟรี ๆ

วิธีการทำความสะอาดและแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์แบบฟรี ๆ


      หลังจากที่คุณซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มาได้ระยะหนึ่งแล้ว  คุณอาจสังเกตเห็นว่าคอมพิวเตอร์ไม่ได้ทำงานรวดเร็วเช่นเดียวกับที่มันเคยเป็น  บางทีคุณอาจจะมีปัญหาที่เฉพาะเจาะจงที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ช้าลง  บทความนี้จะบอกเคล็ดลับเกี่ยวกับวิธีการทำความสะอาดคอมพิวเตอร์และการแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ของคุณแบบฟรี ๆ


     1. การอัพเดตซอฟต์แวร์   เวลาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณแจ้งให้คุณปรับปรุงซอฟต์แวร์ใด ๆ  คุณควรจะอัพเดตมัน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอัพเดตของการป้องกันไวรัสใด ๆ การทำความสะอาดดิสก์หรืออัพเดตการรักษาความปลอดภัย  นอกจากนี้คุณยังควรปรับปรุงเว็บเบราเซอร์ให้เป็นรุ่นใหม่อยู่เสมอเพราะว่ามันมักจะมาพร้อมกับการอัพเกรดการรักษาความปลอดภัย  การปรับปรุงซอฟแวร์ช่วยให้คุณสามารถป้องกันปัญหาคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะเริ่มเกิดขึ้นมา


     2. การทำความสะอาดรีจิสทรี   สำหรับ Windows รีจิสทรีเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของข้อมูลโปรแกรม การตั้งค่า และสิ่งอื่น ๆ เมื่อเวลาผ่านไป  รีจิสทรีจะเต็มไปด้วยข้อมูลไร้ประโยชน์ที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณทำงานช้าลง  แต่ก็มีโปรแกรมฟรีที่สามารถช่วยให้คุณทำความสะอาดรีจิสทรีซึ่งจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์ (ตัวอย่างโปรแกรมทำความสะอาดรีจิสทรี เช่น CCleaner)


     3. รันโปรแกรมสแกนไวรัสออนไลน์   มีโปรแกรมสแกนไวรัสจำนวนมากที่คุณสามารถซื้อมาเพื่อที่จะปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณจากไวรัส  นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมสแกนไวรัสแบบออนไลน์ฟรีที่สามารถตรวจจับไวรัสในคอมพิวเตอร์ของคุณได้อีกด้วย  นั่นจะทำให้คุณไม่เสียเงินเลยจากโปรแกรมสแกนไวรัส  ตามลิ๊งค์ด้านล่างนี้ คือ โปรแกรมสแกนไวรัสฟรี

http://www.bitdefender.com/scanner/online/free.html
http://www.eset.com/us/online-scanner/
http://home.mcafee.com/downloads/free-virus-scan
http://www.pandasecurity.com/spain/homeusers/solutions/activescan (Spanish)
http://security.symantec.com/sscv6/WelcomePage.asp
http://housecall.trendmicro.com/


     4. การสอบถามเพื่อวินิจฉัยปัญหาฟรี   มีบางบริษัทที่ให้บริการฟรีสำหรับการวินิจฉัยปัญหาคอมพิวเตอร์  การให้คำปรึกษาเหล่านี้มักจะทำผ่านทางโทรศัพท์  ถ้าคุณไม่สามารถแก้ไขปัญหาของคุณได้  มันอาจจะช่วยให้คุณจัดการปัญหาเหล่านั้นผ่านสายด่วน


      5. พูดคุยกับเพื่อน คนรู้จัก หรือเพื่อนร่วมงานเกี่ยวกับปัญหาเครื่องคอมพิวเตอร์   พูดคุยกับคนที่คุณรู้จักจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดจะได้รับการแนะนำเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์โดยไม่ต้องจ่ายเงิน  บางทีคุณอาจมีเพื่อนที่เป็นผู้รู้ด้านคอมพิวเตอร์หรือพนักงานไอทีที่บริษัทที่จะยินดีที่จะช่วยให้คุณหาทางออก  มันไม่มีอะไรเสียหาที่จะไปถามพวกเขา  ถ้าพวกเขามีความรู้ที่สามารถจะแก้ไขของคุณได้  รับรองได้ว่าพวกเขายินดีที่จะข่วยแน่นอน


     6. อ่านจากเว็บบอร์ดที่มีคำแนะนำเกี่ยวกับปัญหา   หากคุณมีปัญหากับคอมพิวเตอร์  คุณควรลองทำการค้นหาบน Google เกี่ยวกับปัญหานั้น  มีเว็บบอร์ดจำนวนมากที่มีการพูดคุยเรื่องปัญหาต่างๆ ของคอมพิวเตอร์  และคุณก็อาจจะสามารถหาทางแก้ไขปัญหาของคุณได้


     7. ปรึกษากับแหล่งที่เชื่อถือได้ ก่อนที่จะพยายามแก้ไขด้วยตัวเอง   สิ่งที่แย่ที่สุดที่คุณสามารถทำได้ คือ การทำให้ปัญหาของคุณแย่ลงไปอีก โดยพยายามที่คุณจะแก้ไขด้วยตนเอง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการลบไฟล์จากคอมพิวเตอร์  เนื่องจากภาษาของคอมพิวเตอร์มักจะเข้าใจได้ยาก  และนั่นอาจจะจบลงด้วยการที่คุณลบไฟล์สำคัญออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์  ดังนั้นควรจะแน่ใจว่าคุณควรจะปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดที่รุนแรง  ไม่ว่าจะถามเพื่อน พนักงานไอที ฟอรั่มออนไลน์ หรือการบริการให้คำปรึกษาฟรี



มารู้จักประเภทของฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์กัน

ประเภทของคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์


        ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ (Computer Hardware) เป็นส่วนประกอบทางกายภาพของคอมพิวเตอร์ที่จะรันในฮาร์ดแวร์  ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์จะแตกต่างจากซอฟแวร์คอมพิวเตอร์ (computer software) หรือข้อมูลที่สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือลบได้บ่อยๆ ในเครื่องคอมพิวเตอร์  ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ และจะถูกเก็บไว้ในอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์  เช่น อ่านหน่วยความจำเพียงอย่างเดียว (ROM) ซึ่งจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ  ซึ่งเราจะมาทำความรู้จักกับฮาร์ดแวร์ประเภทต่างๆ ด้านล่างนี้ได้เลย


     - Motherboard (เมนบอร์ด) คือ แผงวงจรศูนย์กลางของระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อนหรือเป็นที่รู้จักกันว่า เมนบอร์ด (main board) บอร์ดตรรกะ (logic board) หรือบอร์ดระบบ (system board)


     - Central processing Unit (หน่วยประมวลผลกลาง) คือ CPU ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของคอมพิวเตอร์แบบดิจิตอลที่ตีความคำสั่งและประมวลผลข้อมูลในโปรแกรมคอมพิวเตอร์


     - Random Access Memory (RAM) ช่วยให้ข้อมูลที่เก็บไว้สามารถเข้าถึงได้ในลำดับใด ๆ  RAM ถือเป็นหน่วยความจำหลักของคอมพิวเตอร์ที่เป็นพื้นที่สำหรับการทำงานเพื่อใช้แสดงและจัดการข้อมูล


     - Basic Input Output System (BIOS) ไบออสจะเตรียมความพร้อมโปรแกรมเพื่อที่จะโหลด ดำเนินการ (execute) และควบคุมคอมพิวเตอร์


     - Power Supply (แหล่งจ่ายไฟฟ้า) จะจ่ายไฟฟ้าไปยังส่วนต่างๆ ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้า


     - Computer Bus (บัส) ถูกใช้เพื่อการถ่ายโอนข้อมูลหรือไฟฟ้าระหว่างส่วนประกอบภายในคอมพิวเตอร์หรือระหว่างคอมพิวเตอร์ด้วยกัน


     - CD-ROM drive (ไดรฟ์ซีดีรอม) มันจะบรรจุข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้โดยคอมพิวเตอร์


     - Floppy disk (ฟลอปปี้ดิสก์) เป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล


     - Zip Drive (ซิปไดรฟ์) เป็นตัวเก็บความจุของระบบจัดเก็บข้อมูลดิสก์ที่สามารถถอดออกได้


     - Hard Disk (ฮาร์ดดิสก์) เป็นระบบจัดเก็บข้อมูล (non-volatile data storage system)




เรื่องน่ารู้ของประโยชน์จากการเล่นเกมออนไลน์

ประโยชน์ที่แท้จริงจากการเล่นเกมออนไลน์


         ส่วนใหญ่ของเด็กหรือแม้กระทั่งคนโตมักชอบเล่นเกมคอมพิวเตอร์  ไม่ว่าจะเป็นเกมแฟลชออนไลน์หรือเกมออฟไลน์ที่มีกราฟิกขั้นสูง  มีเกมมากมายหลากหลายแบบ  มันมีตั้งแต่เกมพื้นฐานที่เป็นข้อความไปจนถึงเกมขั้นสูงที่มีกราฟิกขั้นเทพสร้างโลกเสมือนจริงที่ช่วยให้ผู้เล่นหลายคนที่จะเล่นกับคนอื่น ๆ ในเวลาเดียวกัน (Multiplayer)  จริงๆ แล้วมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เราเชื่อว่าการเล่นเกมเป็นประโยชน์สำหรับเด็ก ดังเหตุผลต่อไปนี้


         - ลดความเครียด  ยิงมันและทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า  ผลการศึกษาพบว่าประมาณ 80% ของคนเล่นเกมจะช่วยบรรเทาความเครียด  ซึ่งเกมมักจะมีหลายอย่างที่ทำให้เรารู้สึกพอใจ  ความรู้สึกพึงพอใจเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องลดความเครียดของชีวิตประจำวัน


         - การเรียนรู้  มีหลายสิ่งหลายอย่างในเกมที่สามารถสอนเราได้  คุณสามารถจินตนาการว่าเกมเป็นหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ  เกมสามารถสอนเราเกี่ยวกับหลายสิ่งหลายอย่างเป็นอย่างดีและช่วยให้เราสามารถได้รับความรู้ต่างๆ


        - ฝึกการตัดสินใจ  เกมส่วนใหญ่ ผู้เล่นจะต้องใช้ในการตัดสินใจในขณะที่เล่นเกมซึ่งจะส่งผลที่หลากหลายต่อเกม  ทำให้เกิดรูปแบบต่างๆ


        - เวลาตอบสนองได้เร็วขึ้น  จากการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ทางจิตวิทยา  ผู้เล่นที่เล่นเกมเป็นประจำจะได้คะแนนสูงในการตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ


        - ฝึกการแก้ปัญหา  เกมโดยทั่วไปจะขึ้นอยู่กับงาน ตรรกะ และสิ่งบางอย่างที่จะทำเพื่อที่ผู้เล่นจะชนะหรือได้รับถ้วยรางวัล  ซึ่งจะช่วยยกระดับความสามารถการแก้ปัญหาของผู้เล่น


        - เพิ่มระดับความคิดให้สูงขึ้น  เกมที่คุณต้องเล่นกับฝ่ายตรงข้ามและคุณจะต้องสังเกตการเคลื่อนไหวของพวกมัน  คุณจะต้องประเมินการทำสิ่งต่างๆ ของคู่แข่งก่อนที่จะเริ่มวางแผนจัดการศัตรู  และอาจจะต้องวางแผนใหม่อีกหลายครั้งเพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของศัตรู  คุณจะต้องพยายามวางกลยุทธ์เพื่อที่จะชนะศัตรูอย่างต่อเนื่องและการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่สร้างขึ้นโดยการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม เพื่อจะเอาชนะมันได้อย่างขาดลอยในที่สุด




ทำไมการเรียนรู้วิธีการพิมพ์สัมผัสจึงเป็นสิ่งสำคัญ

การพิมพ์สัมผัส


        ในทุกวันนี้  เราทุกคนมีความจำเป็นที่จะใช้เวลาอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นจำนวนมาก  ทำให้การพิมพ์สัมผัสหรือการพิมพ์ดีดได้กลายเป็นสิ่งที่มากกว่างานอดิเรกและกลายเป็นทักษะที่มีความจำเป็นมาก  มันจึงไม่เร็วเกินไปที่จะเรียนรู้วิธีการพิมพ์สัมผัสหรือการพิมพ์ดีด  เพราะว่าการพิมพ์สัมผัสได้ถูกเปลี่ยนจากสิ่งที่ซ้ำซากจำเจให้กลายเป็นเกมพิมพ์ดีดที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อพัฒนาความเร็วในการพิมพ์ของคุณ  แต่การเรียนรู้การพิมพ์สัมผัสก็อาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับคุณก็ได้


        ในการเลือกซื้อซอฟต์แวร์สำหรับการฝึกพิมพ์สัมผัส  คุณควรพิจารณาอายุของผู้เรียน  มีเกมฝึกการพิมพ์สัมผัสหลายเกมที่รองรับการพิมพ์บนคีย์บอร์ด  สำหรับเด็กเล็ก เกมควรจะมีตัวละครในการ์ตูนและเป็นฮีโร่  สำหรับวัยรุ่นที่มีอายุมากขึ้น เกมควรจะมีระดับที่สูงขึ้นไป


        ผู้ใหญ่ที่ไม่มีทักษะการพิมพ์สัมผัสสามารถข้ามไปเริ่มต้น ถ้าพวกเขามีความสนใจในการพิมพ์สัมผัสกับเกมฝึกการพิมพ์ ก็เหมาะสมไปจะไปเล่นเกมเหล่านี้เพราะว่ามันถูกออกแบบมาเพื่อความบันเทิงและให้ความรู้ในเวลาเดียวกัน  โปรแกรมที่รวมเกมและการฝึกซ้อมจะทำให้เรามีพื้นทักษะการท่องจำของการพิมพ์สัมผัส  คุณก็ควรจะฝึกฝนมันอย่างต่อเนื่อง  และเลือกโปรแกรมการพิมพ์ที่อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับระดับความสามารถของคุณ  เมื่อคุณผ่านระดับนึงไปแล้วก็ควรที่จะฝึกระดับที่ยากขึ้นไปอีก เพื่อเพิ่มระดับความสามารถในการพิมพ์สัมผัสในกับคุณ


        ดังนั้นโปรแกรมฝึกการพิมพ์สัมผัสจึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการเริ่มต้นการฝึกพิมพ์สัมผัส เพราะว่ามันจะรวมเอาความบันเทิงและการเพิ่มทักษะการพิมพ์สัมผัสเข้าด้วยกัน  แถมคุณยังสามารถฝึกพิมพ์สัมผัสอยู่ที่บ้านได้อีกด้วย  เนื่องจากในโลกปัจจุบันนี้ ถ้าคุณรู้วิธีการพิมพ์สัมผัสจะทำให้คุณได้เปรียบคนอื่นมาก  ไม่ว่าเส้นทางอาชีพที่คุณเลือกจะจำเป็นต้องรู้วิธีการพิมพ์หรือไม่



ลดค่าไฟฟ้าด้วยการใช้หลอดไฟ LED

หลอดไฟ LED (LED spotlights)


       ในปัจุบันนี้  คุณจะต้องจ่ายค่าไฟฟ้าในทุกเดือนและค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ค่าไฟฟ้าที่คุณต้องจ่ายเงินไปนั้นมันมากเกินไปหรือไม่  ถ้าคุณต้องการทางออกที่เหมาะสมเพื่อจะลดค่าไฟฟ้า  คุณสามารถเลือกที่จะใช้หลอดไฟ LED ซึ่งจะสามารถลดปริมาณของพลังงานที่ใช้ภายในบ้านลงได้  และมันจะช่วยลดค่าไฟฟ้า ซึ่งทำให้มันแตกต่างจากหลอดไฟอื่น ๆ  และมันยังสามารภใช้ได้เป็นเวลานาน  ดังนั้นคุณจึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหลอดไฟบ่อยๆ ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินได้อีกทาง


     การใช้หลอดไฟ LED สามารถช่วยให้คุณตกแต่งบ้าน  มันสามารถถูกนำมาใช้เพื่องานศิลปะหรือสถานที่ใดๆ ในบ้าน  นอกเหนือจากการประหยัดเงินและพลังงานแล้ว  พวกเขายังมีความปลอดภัยให้กับสภาพแวดล้อมรอบตัวคุณ  คุณสามารถใช้หลอดไฟ LED เพื่อส่องสว่างในสระว่ายน้ำ ใช้เป็นไฟทางเดิน และประดับตกแต่งสวน  หลอดไฟ LED จากบริษัทที่น่าเชื่อถือจะมีความสามารถที่ดีต้านทานต่อสภาพอากาศ  จึงทำให้หลอดไฟ LED มีความคงทนมาก  นอกจากนี้คุณยังสามารถปรับเปลี่ยนสีของหลอดไฟ LED ได้ตามความต้องการที่แตกต่างกัน


        หลอดไฟ LED ขนาดใหญ่มักที่ใช้ในสถานที่ เช่น โรงภาพยนตร์ สถานกีฬา และห้องโถงขนาดใหญ่เพราะว่าพวกมันสามารถให้ความสว่างของแสงที่ส่องสว่างในพื้นที่ที่ใหญ่ได้เพียงพอ  เราจึงควรเห็นว่าหลอดไฟ LED นั้นประหยัดค่าใช้จ่ายและพลังงานได้อย่างดี หลอดไฟ LED มีแนวโน้มที่จะมีอายุการใช้งานเป็นเวลานานโดยไม่ต้องการการบำรุงรักษามากมาย  ดังนั้นถ้าคุณต้องการความสว่างที่มากขึ้นสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่  คุณควรพิจารณาการซื้อหลอดไฟ LED เพราะพวกมันสามารถให้แสงที่มีความเข้มสูงเพียงพอที่จะทำให้เกิดสว่างขึ้นในสถานที่ที่มืดที่สุด


         คุณสามารถใช้หลอดไฟ LED ในห้องครัวหรือห้องน้ำที่จะให้ความสมดุลของแสงได้อย่างราบรื่น  ทางเดินและบันไดเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบในการติดตั้งพวกมัน  หลอดไฟ LED แบบแท่งส่วนใหญ่จะใช้ในโกดัง บริเวณลานจอดรถ ห้างสรรพสินค้า และอาคารสำนักงาน  หลอดไฟ LED สามารถพบได้หลายรูปแบบ หลากสีสัน และคุณสามารถเลือกรูปแบบของมันได้ตามที่ใจคุณต้องการ

โคมไฟเพดาน LED


        ปัจจุบันโคมไฟเพดาน LED กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องและกำลังแทนที่โคมไฟเพดานแบบดั้งเดิม  โคมไฟเพดานเหล่านี้มีหลากหลายขนาดและสามารถเลือกฟังก์ชั่นที่แตกต่างกันในห้องที่แตกต่างกัน  พวกมันสามารถใช้ในภายในเพดานปกติหรือนอกบริเวณบ้าน  หลอดไฟ LED โดยทั่วไปจะใช้ในการให้แสงสว่างที่ต้องการเน้นบางจุดและมีการใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในเชิงพาณิชย์และในครัวเรือน  หลอดไฟ LED สามารถอยู่ได้นานมากกว่าหลอดไฟประเภทแบบดั้งเดิม 50 เท่าและใช้เพียงพลังงานเพียง 1 ใน 8 ของหลอดไฟแบบดั้งเดิม  หลอดไฟ LED ต้องการวัตต์ค่อนข้างต่ำในการสร้างระดับของลูเมนส์ที่มากขึ้น  มันหมายความว่าหลอดไฟ LED ใช้จำนวนวัตต์น้อยลงในการสร้างแสงระดับเดียวกัน


         ดังนั้นหลอดไฟ LED จะถือว่าเป็นการลงทุนที่ดีมาก  ในขณะที่มันไม่จำเป็นต้องมีการบำรุงรักษาและช่วยให้คุณประหยัดเงินและพลังงานจำนวนมาก  ไม่เพียงแต่หลอดไฟเหล่านี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาก  มันแน่ใจว่ามันจะมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งซึ่งค่อนข้างสูง แต่มันจะประหยัดภายหลังจากการติดตั้งหลอดไฟ LED อย่างแน่นอน


ภาพประกอบจาก  http://en.wikipedia.org/wiki/File:Muzeum_Narodowe_w_Warszawie_Galeria_Sztuki_XIX_wieku.JPG ,
http://en.wikipedia.org/wiki/File:LED_bulbs.jpg